5 อันดับมหาเศรษฐีไทย 2014 รวยที่สุดในไทย

5 อันดับรวย ที่สุดในไทย

อันดับที่ 1 “ครอบครัว จิราธิวัฒน์” มีมูลค่าทรัพย์สิน 413,956.50 ล้านบาท

          หากพูดถึงตระกูลนี้ก็จะนึกถึง “เซ็นทรัลกรุ๊ป” มีศูนย์การค้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทยและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านช่วงมรสุม ผ่านร้อน ผ่านหนาว จนในที่สุดชื่อ “เซ็นทรัล” ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของใครหลายๆคนและประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้  โดย “เซ็นทรัลกรุ๊ป” เป็นเจ้าของแบรนด์ศูนย์การค้าดังๆในประเทศไทยหลายแบรนด์ได้แก่ Robinson, Zen และ Central เป็นต้น และยังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภท Office Building, Hotel (Centara Hotel) อีกด้วย

อันดับที่ 2 “นายธนินท์ เจียรวนนท์” มีมูลค่าทรัพย์สิน 374,842.50 ล้านบาท

          “นายธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร “เครือเจริญโภคภัณฑ์ : CPF” เครือเจริญโภคภัณฑ์ก้าวสู่การเป็นบริษัทอาหารชั้นนำระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับภาคชนบท และก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก เป็นผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสัตว์ปีกใหญ่ที่สุดในโลก เป็นบริษัทที่ทำการเกษตรแบบทันสมัยและครบวงจร และยังทำธุรกิจค้าปลีกอย่าง 7-11 ภายใต้การบริหารงานของ CP ALL  ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เขาเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศไทยคนหนึ่ง

อันดับที่ 3 “นายเจริญ สิริวัฒนภักดี” มีมูลค่าทรัพย์สิน 368,323 ล้านบาท
          เจริญ สิริวัฒนภักดี ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจ (ThaiBev) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน), ประธานกลุ่มบริษัท สุรามหาราษฎร จำกัด, ประธานกรรมการบริหาร บริษัททีซีซี กรุ๊ป (มีเครือข่ายลงทุนในต่างประเทศมากมาย) และประธานบริษัท มิลเลียไลฟ์ อินชัวรัส์ จำกัด มหาชน นายเจริญ สิริวัฒนภักดีเป็นนักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีน ประกอบธุรกิจ หลากหลาย ทั้ง อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่สุดที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทย  เจ้าของบริษัทเบียร์ช้างและบริษัทในเครือ และเจ้าของกิจการ โรงแรม พลาซ่า แอททินี่ ในกรุงเทพมหานคร และในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 4 “เฉลียว อยู่วิทยา และครอบครัว ” มีมูลค่าทรัพย์สิน 322,690 ล้านบาท
          “เฉลียว อยู่วิทยา (บิดา)” ในอดีตมีอาชีพเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้ จากนั้นเข้ามาในกรุงเทพฯ ทำงานร้านขายยา เป็นเซลส์แมนขายยา “ออริโอมัยซิน” จากนั้นได้ลาออกมาเป็นตัวแทนนำเข้ายามาจำหน่ายเอง และต่อมาตั้งโรงงานผสมยาอยู่หลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน จากนั้นตั้งบริษัท ทีซีมัยซิน ในช่วงแรก ผลิตแป้ง”แทตทู” ยาเด็ก “เบบี้ดอล” ก่อนจะมาถึงเครื่องดื่ม “กระทิงแดง” ด้วยการทำตลาดแบบถึงลูกถึงคน ทำให้กระทิงแดงตีตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของตลาดและเป็นผู้บริหาร บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด ได้ผลิตเครื่องดื่ม อาทิ เครื่องดื่มกระทิงแดง (โด่งดังไปทั่วโลก) ลูกทุ่ง สปอนเซอร์ กาแฟกระทิงแดง เรดบูลเอ็กตร้า เพียวลิคุ เป็นต้น

อันดับที่ 5 “นายกฤตย์ รัตนรักษ์” มีมูลค่าทรัพย์สิน 166,234 ล้านบาท
          “กฤตย์ รัตนรักษ์” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด(มหาชน) หรือ ปูนอินทรี ตระกูลรัตนรักษ์ ถือเป็นตระกูลรุ่นบุกเบิกตระกูลหนึ่งของสังคมธุรกิจไทย สามารถสร้างฐานธุรกิจอย่างมั่นคงในช่วงสงครามเวียดนาม มีเครือข่ายธุรกิจสำคัญ โดยเฉพาะปูนซีเมนต์นครหลวง และเจ้าของสัมปทานเครือข่ายฟรีทีวีรายใหญ่ที่สุด (ช่อง7) นอกจาก 3 ธุรกิจที่เป็นเสาหลักแล้ว ตระกูลรัตนรักษ์ ภายใต้การนำของ “คุณกฤตย์” ยังลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาด โดยใช้การเข้าไปลงทุนแบบถือหุ้นร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ตระกูลรัตรักษ์ ยังคงเป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินจำนวนมากในประเทศไทยไม่แพ้ คุณเจริญและคุณธนินท์ เลยทีเดียว