มุมมองเถ้าแก่สะท้อน พรุ่งนี้รวย

มุมมองเถ้าแก่น้อยสะท้อน แรงบันดาลใจ
เริ่มต้นการเสวนา ซึ่งเปิดประเด็นด้วยการยิงคำถามจาก คุณจิตติศักดิ์ นันทพานิช  ถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งสามท่าน ก้าวขึ้นมา เป็นเถ้าแก่ แถวหน้าของเมืองไทยวันนี้ เริ่มจาก ภาวุธ หรือ ป้อม เจ้าของกิจการตลาดดอทคอม เล่าขานว่า เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่อายุ 23  เริ่มต้นจากเพื่อนแนะนำให้รู้จักอินเตอร์เน็ตครั้งแรกจากการดูหนังโป๊ แล้วสนใจจึงเกิดแรงบันดาลใจไปศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องอินเตอร์เน็ตจนนำไปสู่การเปิดเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมา
ด้านสุทธิชัย หรือ โต๋ บอกว่า เริ่มต้นมาจากทำธุรกิจส่งออก แต่การไปทำ  trade show ในต่างประเทศแต่ละครั้งต้องใช้เงินมาก สุดท้ายหยุดแล้วหันมาทำงานที่ปรึกษาด้านการเงินให้ธุรกิจ ทั้งที่ตัวเองชอบด้านไอที ธุรกิจวันนี้ไม่ใช่ออนไลน์ แต่ทำธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แล้วแต่เหตุการณ์ วันนี้พูดถึงออนไลน์ต่อไปอาจจะไม่ใช่ออนไลน์ก็ได้ ความยากลำบากที่เจอก็คือตัวเองเป็นคนรุ่นเก่า และอายุมากแล้ว  
อันแรกคงต้องมองศักยภาพตัวเองก่อน ว่าระดับไหนที่เราควรทำ ไม่เดือดร้อนครอบครัวมีเวลาว่างและใช้ชีวิตทำงานหารายได้เสริมเข้ามาซึ่งวันนี้ธุรกิจขนาดเล็กมีเกิดขึ้นมากมาย แต่ถ้าต้องทำให้ใหญ่ต้องมั่นใจว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่าย อย่ามองภาพหรูเกินไปสิ่งที่คุณต้องทำ คือ operation ที่แข็งพอและต้องใช้ความพยายามมากพอด้วย 
 “ต้องมองก่อนว่าชอบอะไร เลือกจากสิ่งที่ตัวเองมีว่าทำอะไรได้ระดับไหน แล้วตรองดู ถ้าไม่ลองก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย  ซึ่งล้มเหลวได้  แต่อย่าให้มันแรง”
ขณะที่ อิทธิพัทธ์ หรือต๊อบ  ยอมรับว่าเส้นทางธุรกิจก้าวมาถึงวันนี้ได้เกิดจาก สมัยอยู่ ม. 5 ติดเกมออนไลน์  Ever Quest  ซึ่งมีผู้เล่นมากถึง  4 แสนคน  ซึ่งตอนแรกเล่นเป็นรบแต่สู้ฝรั่งไม่ได้สุดท้ายเลือกเล่นเป็นพ่อค้าชื่อ เฮอคิวลีส แล้วเลือกซื้อขายของในเกม ใช้เวลาพียง 5 เดือน กลายเป็น “พ่อค้าที่รวยที่สุดในเกม”  กำเงินก้อนแรกจากเกมได้ 8,000 บาทซึ่งเพื่อนต่างชาติในเกมเอาทรัพย์สมบัติที่ได้จากการเล่นเกมไปขายในอินเตอร์เน็ต
 ต่อมาจึงเริ่มเรียนรู้วิธีการขายและสร้างเว็บเองเคยขายได้เดือนหนึ่งสองแสนกว่าบาทแต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่รู้จักเก็บเงินจนเกมเริ่มเสื่อมความนิยมประกอบกับธุรกิจของครอบครัวได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2541-2542 จึงมองหาลู่ทางหันมาทำทำธุรกิจแฟรนไชนส์ “เถ้าแก่น้อยเก๋าลัด” โดยนำเข้ามาคั่วขาย “ที่ทำเพราะเราชอบเราสนใจ”ดูแลทุกอย่างและเรียนมหาวิทยาลัยด้วย สุดท้ายเลิกเรียนและหันมาทำธุรกิจด้วยความรู้สึกว่า “ทำแล้วสนุก มีความสุข”  ในเวลา 1 ปีขยายสาขาได้กว่า 30 แห่งมียอดขายเกือบ 2 ล้าน  
 “ถามว่าเป็นเถ้าแก่ครั้งแรกรู้สึกอย่างไร ผมอยากจะบอกว่าผมไม่เคยรู้สึกเลยผมไม่เคยเป็นพนักงานที่ไหนมาก่อน เกิดมาก็เป็นอย่างนี้แล้ว เลยไม่รู้ความรู้สึกที่จะเริ่มทำงานกับที่อื่นเป็นยังไง ตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าผมเสียโอกาสเหมือนกัน ผมเกิดมาปุ๊ปก็มาเป็นเถ้าแก่ ต้องมาดูแลคน เหมือนกับว่า เป็นอะไรที่ฟ้าประทานมา “
กุญแจดอกสำคัญ.....ที่ทำให้ธุรกิจสำเร็จและมีความล้มเหลวไหม
ป้อม/ ภาวุธ  เผย กุญแจดอกสำคัญ หรือ  Key Success Factor ว่าเกิดจาก “การคิดและทำให้แตกต่างจากคนอื่น (Differenciatiion)” ซึ่งถือว่าได้เปรียบที่ตัวเองเรียนจบมาทางด้านสถาปัตย์  ถูกสอนให้คิดระหว่างความเป็นอาร์ต กับ  เอ็นจิเนียร์  สรุปคือคิดไม่เหมือนชาวบ้าน ยกตัวอย่าง ถ้าจะสร้างบ้านหากทำเหมือนที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ มีหลังคา มีจั่ว ฯลฯ ก็จะได้คะแนนไม่ดี แต่ถ้าใส่ไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่มีความเป็นไปได้เข้าไป ก็จะได้คะแนนดีกว่า
ส่วนเรื่องความล้มเหลวในการทำธุรกิจแล้วเจ๊งก็มี  ช่วงที่มีเงินเคยเปิดธุรกิจมีหน้าร้านออนไลน์ดีๆ รู้สึกไม่สบายตัวก็ให้คนเอาของมาฝากขาย เคยเข้าไปทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ แมกกาซีน เอาข้อมูลในเว็บมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ ก็เสียเงินไปหลายล้าน  “ผลที่ได้ก็คือ.. . คุ้มครับ ถือว่าได้ประสบการณ์ที่ดี ได้เรียนรู้ถึงที่เราถนัด  และไม่เคยรู้สึกถึงสิ่งที่สูญเสียหรือพลาดไป แต่พยายามสร้างมุมมองที่ดี ( positive thinking) vย่าไปนึกถึงอดีตที่พลาดแต่ให้ก้าวไปข้างหน้า และอยู่กับปัจจุบัน”
ด้าน สุทธิชัย  สะท้อนมุมมองการทำงานถือเป็น trial  หรือการทดลองทำแล้วมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเสมอ คนที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว ก็คือคนที่  never give  up  ก็คือทำไปเรื่อยๆ วิ่งไปชนกำแพง ชนประตู เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แล้วก็ หวังไปเรื่อยว่าสักวันต้องสำเร็จ ไม่ใช่วิ่งไปชนปังแล้วบอกว่า ชีวิตนี้แย่แล้วก็ไม่มีวันสำเร็จ “เพราะฉะนั้นอย่าหยุด  ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นทุกเวลาไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่ๆ แต่ว่ามันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ที่ไม่ยึดติดแต่  keep trial 
 "เรื่องความล้มเหลว ต้องบอกว่าบ่อยเสียเงินเสียทองก็เยอะ แต่คิดว่าที่ผ่านมามันก็ผ่าน ผมคิดว่าไม่มีใครทำอะไรแล้วไม่ผิดพลาด เพียงแต่ว่าคุณจะไปเศร้าโศกเสียใจกับมันนานแค่ไหน หรือว่า เอาความผิดพลาดตรงนั้นมาดิสเครดิตตัวเองว่า ทำอะไรไม่ได้เรื่องแล้ว ก็จะไม่มีวันสำเร็จ”
ขณะที่ เถ้าแก่น้อย  แม้จะอายุน้อยแต่ก็มากด้วยมุมมอง  แนะว่า กุญแจที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง และคิดว่าผู้ประกอบการไม่ว่ารายเล็กหรือใหญ่ต้องมี
อันแรก คือ “ความชอบ” เมื่อชอบก็จะลงทุนเวลาเพื่อศึกษา มากๆเข้าก็จะเชี่ยวชาญ และสามารถสร้างความแตกต่างจากคนอื่นได้ อันที่สอง “ต้องอดทน” ทำธุรกิจต้องมีปัญหาแน่นอนจะเล็กหรือใหญ่แล้วแต่ธุรกิจ และปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ เหมือนปม อยู่ที่แก้ได้มากได้น้อย อันที่สาม ”ต้องมีความกล้า”  กล้าคิดว่าคุณจะทำธุรกิจนั้น ขณะเดียวกันก็ต้อง “กล้าที่จะถาม” พร้อมกับย่ำว่า ถ้าอยากเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจะต้องมี “หนึ่งถาม สองถาม สามถาม ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังไม่หยุดถามะถาม ๆอะไรที่ผมไม่รู้ ถามอะไรที่ผมยังไม่มีความรู้  คือต้องทำตัวประมาณว่า ไม่รู้อะไรเลย ก็จะดีกับเรามาก”
นอกจากนี้ยังชอบอ่านหนังสือบุคคลที่อยากถามแต่ไม่มีโอกาสได้ถาม  และยังมองหนังสือเหมือน ขุมทรัพย์ เนื่องจากเรียนน้อย อายุน้อยจึงยังไม่รู้จักความล้มเหลวมากพอ เมื่อได้อ่านความล้มเหลวของคนอื่นแล้วก็เอามาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ “เราไม่ต้องรอให้ล้มแล้วถึงจะต้องลุกหรอกครับ ดูคนอื่นเขาล้มก็รู้ 50% แล้ว”
สำหรับความล้มเหลวในชีวิตก็มีช่วงก่อนทำแฟรนไชนส์เก๊าลัด เคยซื้อเครื่องดีวีดีแถวสะพานเหล็กนำเข้าจากจีนราคาเครื่องละ 800 บาทมาขาย 1,899 บาทเทียบกับราคาปกติอยู่ที่ 5-6 พันบาทมาขาย เมื่อ 7-8 ปีก่อน ทำเป็นใบปลิวแล้วขี่จักรยานแจกตามหมู่บ้าน 4 เดือนแรกขายได้เกือบ 100 เครื่องพอเดือนที่ 5 มีแต่คนโทรมาว่าเครื่องเสีย ซื้อมา 800 บาทซ่อมหัวอ่านราคา 1,800 บาทก็ต้องคืนเงินบ้างคืนเครื่องบ้าง “ก็ได้บทเรียนว่า ทำอะไรคุณต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี คุณต้องมีบริการหลังการขายด้วย”
3 เถ้าแก่มอง ความคิดกับทุน อะไรสำคัญกว่า
เถ้าแก่ป้อม  กล่าวหนักแน่นว่า “ ความคิด ครับ ทุนไม่สำคัญเพราะไม่ได้ใช้ตังค์ตัวเอง ก็คือเอาบัตรเครดิตพ่อมาจ่ายเงินค่าจดโดเมนเนม และเช่าพื้นที่เก็บข้อมูล ตอนนั้นยังเรียนอยู่  ปีหนึ่งต้นทุนไม่ถึง 10,000 บาทแต่สามารถทำธุรกิจออนไลน์ได้ “
ขณะที่เถ้าแก่โต๋ ตอบเช่นเดียวกันว่า “ความคิด แต่ขึ้นอยู่กับสเกลด้วยถ้าใหญ่ก็อาจเป็นทุนแต่ความคิดยังไม่ต้องเก่งมาก มีเงินแล้วค่อยไปซื้อความคิดเขามา แต่ถ้าสเกลเล็กต้องเป็นเรื่องความคิดมากกว่า"
ส่วนเถ้าแก่น้อย   ย้ำว่า เห็นด้วยกับความคิด แต่ขอเพิ่มอีกตัว คือ แรงบันดาลใจ “เราไม่ต้องมีทุนมากหรอกแต่เราต้องอยากจะทำ อยากจะประสบความสำเร็จ เรียกได้อีกอย่างก็คือ ทุนทางใจ”
สุดท้ายขอเปิดเคล็ดลับเป็นเถ้าแก่ออนไลน์อย่างไรให้รวย
เถ้าแก่ป้อม เผยเคล็ดลับว่า ธุรกิจเริ่มไม่ยาก ที่สำคัญคือทำยังไงให้รอดและอยู่ได้นาน สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจโดยที่ไม่เจ๊ง  “คำว่ารวย นั้น รวยได้หลายอย่าง วันนี้ถามว่าผมรวยไหม ผมก็โอเค บางคนบอกว่าต้องมี 100 ล้าน บางคนบอกแค่ล้านหนึ่ง  ปีหนึ่งผมขายได้ 2-3 ล้านผมก็รวยแล้วล่ะ แล้วมันต่างกันหรือเปล่า ผมว่า มันอยู่ที่ความพอใจของแต่ละคนมากกว่า” 
หรือตอบอย่างเท่ห์ๆ ในสไตล์ เจ้าตลาดอี-คอมเมอร์ซ ถ้าอยากรวย สำคัญที่สุดหนึ่งต้องกล้าทำธุรกิจและมีรายได้ ทำแล้วคิดว่าใช่ขยายต่อเพื่อหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ เมื่อขยายได้ระดับหนึ่งต้อง diversify คือขยายธุรกิจไปข้างๆ อย่าเอาเงินไว้ในกระเป๋าตระกร้าเดียว พยายามสร้างโมเดลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน และพยายามสร้างคน หรือใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์กับรายได้กลุ่มใหม่ให้เกิดขึ้นมา พยายามมองให้ไกลและต้องคิดอยู่ตลอดเวลา
“สรุปก็คือต้องมี เป้าหมาย(goal)ที่ชัด บางคนใช้คำว่ารวยตั้งเอาไว้ แล้วตอนมันถอยกลับมาต้องทำยังไง คำถามคือต้องกลับมาถามตัวเองว่าเรามีเส้นทางที่จะถึงเป้าแล้วหรือยัง  บางคนกลับมาถามตัวเองว่า เรามีเป้าหรือยังว่าเราจะทำอะไร  เริ่มสร้างรายได้แล้วค่อยมาสร้างเส้นทาง”
สำหรับเถ้าแก่โต๋  เชื่อว่า “การทำธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว  แต่ทำแล้วมีความสุข เพราะฉะนั้น เรื่องรวยก็อาจจะไม่ใช่เงินก็ได้”
ด้านเถ้าแก่(น้อย) พันล้าน  เน้นว่า  คำว่า “รวย”แล้วแต่คนมองบางคนมีล้านหนึ่งก็พอใจแล้วบางคนเชื่อว่าทำแล้ว มีความสุขหรือเปล่า  พร้อมกับเสริมให้อีกสองข้อถ้าอยากรวย “หนึ่งลงทุนเงินแล้วต้องลงทุนเวลาไปแลกเอาความรู้มา  หรือการศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง สองต้องขยัน อดออม รับรองรวยจริง” 
สรุปสั้นๆได้ว่า “จะเป็นเถ้าแก่ออนไลน์ให้รวย ต้องเริ่มต้นจากความคิดก่อนส่วนรวยอย่างไร ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวบุคคลที่จะบริหารความคิดและนำไปปฏิบัติได้จริงมากน้อยแค่ไหน” คิดวันนี้ดี พรุ่งนี้รวย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น